กองทุนสาธารณะกับปัญหาการบริหารเงิน

กว่าบทความนี้จะออก นายเข็มทอง โมราษฎร์ หรือชายหน้าแป้นที่รู้จักกันดีในวงการสิ่งแวดล้อมรุ่น 20 ปีก่อนในนาม “จืด เด็กรักป่า” คงจะเดินเท้าประท้วงจากบ้านที่สุรินทร์ถึงศาลปกครองที่กรุงเทพ ในฐานะจำเลยที่ถูกกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ฟ้องร้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เรื่องมีอยู่ว่ากองทุนได้ตัดสินใจให้ทุนเขาเป็นวงเงิน 2 ล้านบาทระหว่างปี 2560-2561 เพื่อผลิตภาพยนตร์เรื่อง “นกเงือกเทือกเขาบูโด” โดยทำสัญญาแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ แต่ในวันนี้เขาถูกทางกองทุนพัฒนาสื่อฯ กล่าวหาว่าไม่ส่งงานตามงวดและเรียกคืนเงิน 800,000 บาทที่เบิกจ่ายไปแล้ว ปัญหาได้เกิดขึ้นเมื่อการจ่ายงวดจากกองทุนฯ ล่าช้า จนจืดและผู้รับทุนอื่นๆ ประสบปัญหาในการทำงาน บางคนต้องสำรองจ่ายด้วยเงินส่วนตัวไปก่อน อีกหลายคนไม่มี จึงต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ซึ่งในครั้งแรกที่กองทุนจ่ายช้า จืดก็กู้ยืมเงินเช่นกัน แต่พอเจอปัญหาเดิมในงวดถัดไป เขาก็ไม่อยากกู้ยืมอีกแล้ว จึงขอยกเลิกโครงการ ซึ่งในเบื้องต้นทางกองทุนฯ ก็ยินยอม ส่วนปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นจนเป็นคดีความจะมีรายละเอียดอย่างไร เราคงติดตามข่าวกันได้ แต่สิ่งที่อยากจะเขียนถึงคือเรื่องปัญหาบริหารจัดการกองทุนต่างๆ ของภาครัฐซึ่งควรจะสรุปบทเรียนได้ไปตั้งนานแล้ว ในฐานะคนทำงานองค์กรสาธารณประโยชน์มานานหลายสิบปี เคยพึ่งพาแหล่งทุนมาหลากหลายองค์กร ทั้งจากภาครัฐและเอกชน ทั้งเทศและไทย บอกได้เลยว่าปัญหาการจ่ายเงินล่าช้าเป็นปัญหาเรื้อรังที่เกิดขึ้นมานานแล้วในกองทุนรัฐไทยหลายแห่ง สืบเนื่องมาจากกฎระเบียบกึ่งราชการในองค์กรอิสระ แต่มันไม่ใช่ปัญหาที่ผู้บริหารที่แคร์จะแก้ไม่ได้ ครั้งแรกที่ฉันขอรับทุนกองทุนของรัฐบาลไทยเมื่อ 20 ปีก่อน คือกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนงานวิจัย (สกว.) การพูดคุยแปลกเปลี่ยนความคิดและโครงการวิจัยที่เสนอไปเป็นไปด้วยดีจนถึงขั้นใกล้จะเซ็นสัญญา แต่ในระหว่างนั้นฉันก็ถามไถ่เม้ามอยกับโครงการอื่นๆ ที่เคยรับทุนเดียวกันนี้ไป และหลายโครงการมากประสบปัญหาเบิกเงินล่าช้าในแต่ละงวด … Continue reading กองทุนสาธารณะกับปัญหาการบริหารเงิน

เกษตรโลกสวย vs โลกอัปลักษณ์ ตอนที่ ๑

สิบกว่าปีที่ผ่านมานี้เราได้ยินการเหยียดชนชั้นกลางสนับสนุนเกษตรอินทรีย์ว่าเป็นพวกโลกสวยไม่อยู่กับความเป็นจริง จึงอยากชวนมา reality check ดูความเป็นจริงกัน – ความเป็นจริงเรื่องอะไร? ผลผลิต? เม็ดเงินรายได้? ระบบเศรษฐกิจและการตลาด? ก่อนจะดู “ความเป็นจริง” ในระบบเกมสมมุติที่มนุษย์สร้างโดยกำหนดคุณค่ากติกากันเอง ขอเริ่มที่ความเป็นจริงที่มีพลังอำนาจเหนือเรา คือความเป็นจริงของระบบนิเวศธรรมชาติ สังคมไทยอาจจะรู้เรื่องโลกร้อนกันดีพอสมควร แต่เราแทบไม่รู้เรื่อง Planetary Boundaries หรือขีดจำกัดความปลอดภัยของโลกกันเลย มันเป็นความพยายามของทีมนักวิทยาศาสตร์นำโดยโจฮัน ร็อคสตร็อมจากศูนย์ศึกษาความยืดหยุ่นสต็อคโฮล์ม (Stockholme Resilience Centre) ช่วยกันรวบรวมข้อมูลวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ทั่วโลกมาสรุปเป็นภาพภูมิดูรู้สถานการณ์ระบบโลกจบได้เลยในแผ่นเดียว มีการอัพเดทเป็นระยะๆ มาตั้งแต่ปี 2009 แสดงเป็นกราฟแท่งตัวแทนปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านต่างๆ เรียงเป็นเสี้ยวชิ้นเค้กในวงกลมรูปลูกโลก มีวงแหวนล้อมเป็นชั้นๆ สองวงแบ่งเป็นพื้นที่สามโซน โซนวงในสุดสีเขียวเป็นโซนปลอดภัย ปัญหาอะไรที่สะสมอยู่ในโซนนี้ถือว่ายังไม่รุนแรง ยังอยู่ในขอบเขตที่สมดุลโลกรับมือได้ถ้าเราไหวตัวจัดการแต่เนิ่นๆ ในตอนนี้ ไม่ปล่อยให้มันก่อตัวขึ้นไปสู่วงถัดไปซึ่งเป็นสีเหลือง เข้าสู่อันตรายมีความเสี่ยงสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามปัญหาที่สะสม เป็นเขตที่วัฏจักรการทำงานต่างๆ ของโลกแปรเปลี่ยนจากสมดุลเดิมที่เราเคยรู้จักและเอื้อต่อชีวิตเรา แต่ตอนนี้ระบบเริ่มผันผวนไม่ปลอดภัย ปัญหาโลกร้อนกำลังพุ่งทะยานอยู่กลางโซนนี้ วงสุดท้ายเป็นโซนสีแดง อันตรายสุดๆ เป็นภาวะที่เราไม่สามารถคาดการณ์ผลกระทบได้อีกต่อไปแล้ว ยังไงก็แนะนำให้กูเกิ้ลศึกษา planetary boundaries เพิ่มเติม ชาร์ตนี้แสดงข้อเท็จจริง ไม่ใช่ความเห็น ดังนั้นปัญหาบางเรื่องที่เรารู้ว่าเป็นปัญหาแต่ยังไม่สามารถคำนวณเป็นตัวเลขได้ก็จำเป็นจะต้องทิ้งว่างไว้ โดยมีเครื่องหมายปรัศนีกำกับเตือนใจ … Continue reading เกษตรโลกสวย vs โลกอัปลักษณ์ ตอนที่ ๑

ช่างตัดผมและความหลากหลายทางชีวภาพ

สมัยสาวๆ ฉันไว้ผมยาวมาเกือบตลอด จึงไม่ค่อยจะได้นึกถึงช่างตัดผม ยิ่งช่วงเป็นนักศึกษาเรียนมหาลัยที่อังกฤษ อยู่กินอย่างประหยัดสุดๆ ไม่เคยเหยียบเข้าร้านตัดผมเลย ถ้าผมแตกปลายต้องการเล็มก็แค่ส่งกรรไกรให้เพื่อน ตัดไม่ตรงนักก็ไม่เป็นปัญหา เพราะรวบผมถักเปียเป็นประจำ แต่พอถึงวัยทองผมร่วงง่ายก็เข้าสูตรนางเฒ่าตัดผมสั้น ตัดไปตัดมาก็ติดใจสบายหัว ไม่คิดถึงผมยาวอีกเลย ทรงที่ตัดคือสั้นเต่อไม่ต้องหวี ประมาณทรงเจมี ลี เคอร์ติส หรือจูดี้ เดนช์ ดังนั้น ในช่วงปิดล็อคดาวน์ใหม่ๆ ได้ 1-2 อาทิตย์เมื่อเพื่อนผู้ชายเริ่มบ่นอยากตัดผม ฉันก็ยังไม่รู้สึกอะไร คิดว่ายังไงเสียช่วงนี้ปล่อยยาวเป็นบ๊อบก็ได้ ส่วนทางสามีขอให้ตัดผมให้ฉันก็ตัด ฉันอาจจะโอเคกับการเป็นฝ่ายเปิดยูทูปเรียนวิธีตัดผมคุณสามี แต่ไม่มีวันให้คุณสามีทดลองตัดผมตัวเองแน่นอน แก่เยินแค่ไหนก็ยังรักสวยรักงามเท่าที่พอทำได้ ผ่านไปสองเดือนผมที่งอกออกมาก็ยังอีกไกลกว่าจะยาวเป็นบ๊อบ แต่กำลังกะรุงกะรังได้ที่ ระต้นคอและข่มขู่จะแยงตา เริ่มจะรำคาญแต่ก็กะว่าเดี๋ยวใช้ผ้าคาดผมก็ได้ แต่แล้วเพื่อนก็ไลน์มาบอกว่ามีช่างตัดผมตัดให้ได้ รับนัดลูกค้าทีละคนเพื่อรักษาระยะห่างในสังคม เช้าวันรุ่งขึ้นฉันก็เลยไปตัดผม สายตาของพนักงานหน้าร้านที่เปิดประตูออกมาขานชื่อที่นัดไว้แสดงความดีใจล้นปรี่อย่างเห็นได้ชัดแม้เธอจะใส่มาส์ค เธอเชิญให้นั่งและให้ยื่นเท้าออกมาเพื่อให้เธอฉีดแอลกอฮอลบนพื้นรองเท้าและฝ่ามือ ก่อนจะพาขึ้นไปที่ห้องตัดผมข้างบน มีช่างนั่งรออยู่ ยิ้มหลังมาส์คล้นตาออกมาเช่นกัน มันดีใจเหมือนพบญาติมิตรที่ไม่ได้เจอกันมาแสนนาน ทั้งๆ ที่เพิ่งจะรู้จักกันเป็นครั้งแรก เราไม่ใช่แค่ลูกค้ามาจ่ายเงินประคองธุรกิจที่ชะงักงันไป แต่เราต่างเป็นมนุษย์ที่ได้ปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนกัน เธอได้ใช้ทักษะพิเศษบริการตัดผมให้เรา ทำให้เรารู้สึกสบาย กลับบ้านมาทำงานอะไรอย่างอื่นของเราได้ดีขึ้น ในนาทีนั้น ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นดอกเข็มหลอดกลีบยาว และเธอเป็นมอธมีงวงดูดน้ำหวานยาว สามารถยืดงวงมาดูดน้ำหวานและผสมเกสรฉันได้ ในขณะที่สามีฉันทำไม่ได้ เพราะเขาเป็นด้วง … Continue reading ช่างตัดผมและความหลากหลายทางชีวภาพ

เมืองสะพรั่งหลังโควิด

วิกฤตโควิดกำลังเขย่าโลกอย่างแรง เรียกร้องให้เราตั้งคำถามใหญ่ๆ กับวิถีเดิมๆ ของสังคมมนุษย์ ตั้งแต่ระบบเศรษฐกิจกระแสหลัก โครงสร้างสังคม ยันการออกแบบพื้นที่อยู่อาศัย เรารู้ว่าของเก่ามีปัญหาต้องเปลี่ยน แต่เรายังไม่รู้ชัดว่ามันควรเปลี่ยนไปเป็นอย่างไรแน่ แต่ถ้าเราเริ่มต้นกับเสาหลักที่เรารู้อยู่ แล้วต่อโจทย์จากตรงนั้นล่ะ? จะเป็นระบบเศรษฐกิจ เมือง หรืออะไรก็ตามแต่ มันควรจะต้องเป็นไปเพื่อสนองชีวิตเรา โควิดช่วยให้เราแยกแยะชัดเจนระหว่างสิ่งจำเป็นที่เราต้องมีกับสิ่งที่เราไขว่คว้าเพราะอยากมี และมันชัดเจนว่าชีวิตต้องการสุขภาพที่ดี ทั้งสุขภาพกายและจิต ซึ่งรวมไปถึงมิตรภาพและความสัมพันธ์ เมืองซึ่งเป็นถิ่นอาศัยของมนุษย์จึงต้องสนับสนุนสุขภาพของเรา ไม่ใช่แค่ปัจจัยสี่ที่ควรเข้าถึงได้ง่ายและอากาศหายใจสะอาดไร้มลพิษ แต่ปัจจัยแวดล้อมพื้นฐานที่เจือจุนสุขภาพเราก็ต้องมา มันสำคัญมากที่จะรับรู้ว่าร่างกายของเราไม่ได้ประกอบด้วยเซลล์ของเราเองเพียงเท่านั้น แต่ครึ่งหนึ่งเป็นชีวิตจิ๋วๆ ที่เรียกรวมๆ กันว่าจุลชีพอาศัยอยู่ในตัวเรา ทำหน้าที่ขับเคลื่อนกลไกดำเนินชีวิตต่างๆ ให้มีประสิทธิภาพ แต่ละชนิดมีความสามารถพิเศษในการทำหน้าที่แต่ละอย่างได้ดีต่างกันไป เหมือนกับสังคมมนุษย์ที่มีอาชีพต่างๆ ทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจและบริการในสังคม ในร่างกายของคนแข็งแรงพบว่ามีจุลชีพหลากหลายชนิดมาก เทียบได้กับระบบนิเวศป่าเขตร้อนจิ๋ว ในทางตรงข้าม ร่างกายของคนอ่อนแอขี้โรคมีความหลากหลายของจุลชีพต่ำมาก เสมือนทะเลทราย วิธีรักษาสมัยใหม่คือเอาสังคมจุลชีพจากคนแข็งแรงไปปลูกในตัวคนป่วย ไม่ต่างกับการทำสวน สรุปง่ายๆ เน้นๆ สุขภาพคือความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งต้องมีในทุกระดับ ทั้งในร่างกายตัวเรา ในอาคารบ้านเรือน ในเมือง ในพื้นที่เกษตร และในพื้นที่ที่กำหนดไว้เพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติโดยเฉพาะ เคล็ดไม่ได้แค่อยู่ตรงที่ว่าระบบนิเวศต่างๆ จะได้ปฏิสัมพันธ์แลกเปลี่ยนกัน เช่น ร่างกายเราไปเดินในป่าก็ได้รับจุลชีพดีๆ และสารเคมีดีๆ หลายชนิดจากป่า แต่ความหลากหลายยังป้องกันสกัดกั้นไม่ให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชื้อโรคกันง่ายเกินไปด้วย เพื่อขยายความให้พอเห็นภาพ … Continue reading เมืองสะพรั่งหลังโควิด

Crane Landing on Korea

ช่วงระวังโควิทอยู่ติดบ้านนี้ ใครๆ ก็พากันเปิดเน็ทฟลิคซ์ ดู Crash Landing on You มันเป็นซีรี่ส์เกาหลียอดฮิตที่ไม่เพียงแต่จะทำให้สาวๆ กรี๊ดผู้กองรีจองฮยอก และชายหนุ่มที่บ้านกรี๊ดยุนเซรี แต่ยังกระตุ้นความสนใจในวิถีชีวิตและสังคมเกาหลีเหนือ ไล่หาคลิปยูทูปดูสัมภาษณ์ชาวเกาหลีเหนือแปรพักตร์กัน ไม่ต่างกับที่ละครบุพเพสันนิวาสกระตุ้นความสนใจในชีวิตยุคอยุธยา แต่สำหรับนักอนุรักษ์ หรือใครที่เคยอ่านหนังสือ The World Without Us ของ Alan Weisman โบนัสพิเศษของการดูละครเรื่องนี้คือฉากพื้นที่ DMZ ในละคร มันเป็นที่เดียวในเกาหลีสำหรับคนไม่กรี๊ดเกาหลีอย่างฉันอยากไปเห็น DMZ ย่อมาจาก Demilitarized Zone หรือพื้นที่ปลอดทหาร เป็นแนวเขตแบ่งดินแดนเกาหลีเหนือ-ใต้ตามสัญญาสงบศึก กว้าง 4 กิโลเมตร ยาว 249 กิโลเมตรบนแนวเส้นรุ้งขนานที่ 38 เป็นพื้นที่ปลอดมนุษย์มาตั้งแต่วันที่ 6 กันยายน 1953 แนว DMZ ส่วนใหญ่ตัดผ่านภูเขา บางช่วงตามทางน้ำไหล ตามหุบมีตะกอนทับถมเป็นที่ที่เคยมีวัฒนธรรมปลูกข้าวมายาวนานร่วม 5,000 ปีจนกระทั่งเกิดสงครามเกาหลี ปัจจุบันนาข้าวโบราณเหล่านี้ถูกทิ้งร้างและเต็มไปด้วยกับระเบิด ไม่มีใครย่างกรายเข้ามาตั้งแต่ปี 1953 ยกเว้นหน่วยลาดตระเวนแบบกองร้อยที่ … Continue reading Crane Landing on Korea

ต้นไม้พูดได้

ตอนเราเป็นเด็ก นิทานต่างๆ ในทุกวัฒนธรรมจะเต็มไปด้วยสัตว์และต้นไม้พูดได้ พวกมันเป็นชีวิตริมทางทั่วไป ไม่ใช่สัตว์วิเศษแห่งดินแดนมหัศจรรย์ในโพรงกระต่ายที่อลิศตกลงไป บางเรื่องถึงกับเริ่มต้นด้วย “กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในยุคสมัยที่คนยังคุยกับสัตว์ได้..” พวกเราที่เติบโตมาในสังคมสมัยใหม่เห็นมันเป็นเพียงนิทานเรื่องแต่งสนุกๆ ให้เด็ก แต่แล้วเราก็พบว่า ณ วันนี้ ยังคงมีชนเผ่าล่าสัตว์หาของป่าดั้งเดิมบางแห่งที่พูดคุยกับสัตว์และต้นไม้ได้จริงๆ ชนเผ่าเอสกิโมหรืออินูอิทในอลาสก้ามีวัฒนธรรมที่ผูกพันแน่นแฟ้นกับวาฬ ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับวาฬลึกซึ้งกว่าการเป็นผู้ล่าและเหยื่อ พวกเขาสามารถพูดคุยแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้ เมื่อปี ค.ศ.1986 แฮรี่ บราว์เวอร์ เอสกิโมวัย 61 ได้รับสารจากลูกฬารหัวคันศรที่อยู่แถวบ้านของเขาห่างออกไป 1,000 ไมล์ บอกเรื่องราวของแม่มันที่ถูกกลุ่มผู้ชายบนเรือแคนูฆ่าตายด้วยฉมวก เขาเห็นหน้าคนฆ่าทั้งหมด ซึ่งรวมถึงลูกชายของเขาเอง เมื่อตรวจสอบข้อมูลก็พบว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง นักวิทยาศาสตร์จึงเข้าไปหาความรู้เกี่ยวกับชีวิตวาฬจากคนเผ่านี้เพื่อพัฒนาแนวทางการอนุรักษ์วาฬให้ดีขึ้น ต้นไม้ก็เช่นกัน จากการสอบถามหมอยาในชนเผ่าโบราณทั่วโลก นักมนุษย์วิทยาพบว่าความรู้เรื่องคุณสมบัติของสมุนไพรต่างๆ ไม่ได้มาจากการลองถูกลองผิดอย่างที่พวกเราคนสมัยใหม่โมเมเข้าใจกัน แต่เป็นสารที่ได้รับมาจากตัวต้นไม้เอง พจนา จันทรสันติ เขียนไว้ในหนังสือ แด่ชายหนุ่มและหญิงสาว (2554) ว่า “ผมมีความเชื่อว่าการสื่อสารของมนุษย์โบราณก่อนที่จะเกิดภาษาขึ้นนั้น ใช้การส่งและรับคลื่นความรู้สึกนึกคิดโดยตรง ซึ่งปัจจุบันเราเรียกกันว่า ‘โทรจิต’ อันเป็นวิชาที่สาบสูญ การสื่อสารของมนุษย์ในครั้งกระนั้นจึงตรงเต็มและปราศจากการบิดเบือนเฉไฉ และด้วยเหตุนี้เองจึงเป็นไปได้ว่า การสื่อสารนี้มิได้จำกัดอยู่ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์เท่านั้น แต่ได้รวมไปถึงการสื่อสารกับสัตว์ พืช ก้อนหิน และธาตุมูลต่างๆ ในโลกธรรมชาติด้วย … Continue reading ต้นไม้พูดได้

ไม่มีสิทธิ มีแต่เสียง

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่า เหตุใดร่างกายเราจึงไม่มีฝาปิดรูหูไม่รับเสียงเหมือนที่มีเปลือกตาปิดตาไม่รับภาพ? บางทีคำตอบอาจจะซ่อนอยู่ในลักษณะหนึ่งที่เรามีร่วมกันกับสัตว์มีกระดูกสันหลังอื่นๆ พวกเรา—ได้แก่ สัตว์มีกระดูกสันหลังทุกชนิด—ล้วนมีประสาทโสตสัมผัสในรูปแบบใดแบบหนึ่งเป็นผัสสะสำคัญ ไม่ว่าสัตว์ชนิดนั้นจะตาบอด หรือมีผัสสะโดดเด่นอื่นๆ อย่างการรับรู้อุณหภูมิจนจับเป็นภาพได้ รับรู้คลื่นแม่เหล็กโลก หรืออย่างมนุษย์เรามีสายตามองเห็นเป็นผัสสะเอก แต่เรากลับปิดหูไม่ได้เช่นปิดตา มันชัดเจนว่าตลอดกระบวนการวิวัฒนาการ โสตประสาททำหน้าที่สำคัญอย่างยิ่งยวดในการอยู่รอดเหนือผัสสะอื่นๆ เสียงบอกถึงภัยอันตรายก่อนที่มันจะประชิดตัว เสียงโป้งป้างโครมครามอุบัติขึ้นทันทีทันใดจึงทำให้เราตกใจ หัวใจเต็นแรง ความดันขึ้น โฮโมนเครียดคอร์ติโซนจะหลั่งออกมาทันที กระตุ้นปฏิกิริยาให้เราตื่นตัว พร้อมหลบภัย ในขณะเดียวกัน เสียงนกร้องเพลง คุยกันจิ๊บๆ ทำให้เราผ่อนคลายสบายใจ เพราะสัญชาตญานที่ฝังอยู่ในพันธุกรรมบอกเราถึงความปลอดภัย เป็นปกติสุข ภัยมาได้ทุกเมื่อ โดยเฉพาะเมื่อเรานอนหลับ เราจึงปิดหูไม่ได้ จากความจำเป็นพื้นฐานในการอยู่รอดพ้นภัยจากเสือเขี้ยวดาบในยุคมนุษย์ถ้ำ สังคมมนุษย์เราพัฒนาเสียงรอบตัวหลากหลายขึ้นมากมาย ทั้งเสียงดนตรี เสียงเครื่องจักร เสียงกิจกรรมต่างๆ ระดับความดังก็เพิ่มขึ้นไปกับเทคโนโลยีขยายเสียง จ้อกแจ้กจอแจ อึกทึกครึกโครม เสียงไม่ได้เป็นเพียงสัญญานเตือนภัยอีกต่อไป แต่กลับกลายเป็นตัวภัยอันตรายเสียเอง มันไม่ใช่แค่เสียงดังในระดับทำลายโสตประสาทขนาด 120 เดซิเบลอะไรเท่านั้น แต่เสียงดังในระดับแก้วหูยังไม่แตกก็เป็นภัยต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิต เสียงต่างๆ ส่งผลต่อระบบทำงานในร่างกายเราต่างกันไป เมื่อคลื่นเสียงในอากาศลอยเข้ามากระทบน้ำในหู ส่งคลื่นต่อไปยังเส้นขนประสาทจิ๋วที่กระตุ้นสารเคมีที่แปรเปลี่ยนไปเป็นกระแสไฟฟ้าความถี่ต่างกันไป ส่งไปยังสมอง ถ้าไม่ตั้งสติดีๆ มันก็สั่งปฏิกิริยาตามสัญญานที่ได้รับ ถ้าเป็นเสียงที่เราไม่ชอบมันก็กลายเป็นความรำคาญ เป็นความเครียด เป็นโรคหัวใจ หรือนอนไม่หลับ พักผ่อนไม่ได้ … Continue reading ไม่มีสิทธิ มีแต่เสียง

2020 หน้าต่างกำลังปิด

สวัสดีปีใหม่ ทศวรรษใหม่ 2020 ทศวรรษที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เตือนมานานแล้วว่าเป็นทศวรรษสุดท้ายแห่งความหวัง หมายถึงโอกาสที่จะเบรคพฤติกรรมทำลายระบบนิเวศโลก แม้ว่า ณ ค.ศ.นี้ เราจะหันหลังยูเทิร์นกลับไปยังจุดปลอดภัยไม่ได้แล้ว เพราะเราได้ปล่อยคาร์บอนสะสมกันมามากเกินไป ทำให้พืชและสัตว์สูญพันธุ์มากเกินไป แต่ก็ยังพอมีเวลาที่จะเปลี่ยนใจปรับตัวให้มนุษย์อยู่อาศัยต่อไปอย่างมีคุณภาพชีวิตได้ แต่เป็นเวลาที่จำกัดอย่างยิ่ง เป็นหน้าต่างของกาลเวลาที่กำลังปิดลง ถ้ามวลมนุษยชาติได้ฟังคำเตือนของนักวิทยาศาสตร์เมื่อ 30 ปีที่แล้ว และเริ่มปฏิบัติการในระดับแมสกันทันที เราก็คงได้มีระยะเวลาเปลี่ยนผ่านที่ค่อยๆ เอื้อต่อการปรับตัว ลดละพฤติกรรมทำลายธรรมชาติ ควบคู่ไปกับคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีและการจัดการใหม่ๆ ให้มนุษย์อยู่ร่วมกับชีวิตอื่นในโลกที่เกื้อกูลดูแลสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมแก่ชีวิตเราได้ต่อไป แต่เรา—เดอะเบบี้บูมเมอร์—ไม่ได้ทำ แค่โจทย์กระจอกอย่างมาตรการยกเลิกถุงก๊อบแก๊บหรือลดใช้รถยนต์ส่วนตัวในเมืองยังไม่ใส่ใจจะทำเลย โจทย์ยากกว่านี้ขออนุญาตไม่พูดถึง ถึงวันนี้ เราเหลือเวลาแค่ 10 ปี ถ้าฮึดตั้งใจเปลี่ยนแปลงกันเต็มร้อยก็พอทำได้ แต่หมายความว่าต้องทำกันเต็มที่ ทุกระดับ นโยบายต้องมา โครงสร้างต้องเปลี่ยน รายละเอียดต้องมี อำนาจต้องกระจาย เราไม่ควรจะต้องเอาเวลาที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดไปกับการแคมเปญต่อสู้ผู้มีอำนาจกำปั้นเหล็กหยิบมือหนึ่ง โน้มน้าวให้เหตุผล มันควรจะหมดโปรแคมเปญไปนานแล้ว แต่มันกลับเป็นสิ่งที่เรายังต้องทำกัน วันก่อนฉันเจอนายธนาคารรุ่นซีเนียร์คนหนึ่งในงานสังสรรค์ นายหัวเราะเยาะคำเตือนของนักวิทยาศาสตร์ “เห็นบอกว่าน้ำจะท่วม ตั้งนานแล้วยังไม่เห็นเป็นไรเลย ฮ่ะๆๆ” ในขณะที่เกษตรกรต้องเผชิญกับระบบมรสุมที่กำลังพังลง รูปแบบฝนฟ้าเพี้ยนรุนแรงมากขึ้นทุกปีๆ จนวางแผนเพาะปลูกยากลำบากมาก อีกหลายเมืองในโลกต้องเจอกับพายุดุดัน น้ำท่วมไฟไหม้ผิดปกติ แต่คนจำนวนหนึ่งยังถูกห่อหุ้มอยู่ในอาคารติดแอร์ ไม่รู้ร้อนไม่รู้หนาวไปกับใครๆ เป็นเสียอย่างนี้ แล้วจะไม่ให้เจน … Continue reading 2020 หน้าต่างกำลังปิด

ระยะแห่งการให้เกียร์ติ

เมื่อการคืนดีกับธรรมชาติเป็นวาระสำคัญของสังคมโลก ฉันจึงเริ่มจัดคอร์ส Nature Connection 101 เป็นคอร์สพื้นฐานสั้นๆ สองวันครึ่งของมูลนิธิโลกสีเขียวให้ผู้คนได้พัฒนาแนวทางที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับธรรมชาติและสรรพชีวิตร่วมโลกรอบตัว ครั้งล่าสุดที่จัดไปคือเมื่อสองอาทิตย์ก่อนช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนที่เชียงดาว ไม่ได้จะเล่าเรื่องคอร์สทั้งหมดเพราะมันมีรายละเอียดมากมาย แต่อยากจะเล่าเรื่องน้องเพชร (นามสมมุติ) เธอเป็นเด็กสาวหน้าใสอายุ 15 ที่บอกว่าตลอดชีวิตของเธอ เธอเห็นแต่สัตว์หนีเรา พวกมันตีห่างจากมนุษย์เสมอ เด็กรุ่นเธอเติบโตมาในภาวะที่มนุษย์เป็นตัวน่ากลัวน่ารังเกียจแก่ปวงสัตว์มันเป็นภาวะที่ทำให้เรารู้สึกโดดเดี่ยวโดยไม่รู้ตัว เพชรไม่ได้บอกว่าเธอเหงาหรือเศร้า แต่มันน่าสนใจว่าเธอสังเกตและพูดถึงปรากฎการณ์นี้ขึ้นมาเอง อย่างไรก็ตาม ฉันออกจะดีใจที่เพชรพูดเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะกิจกรรมสุดท้ายในคอร์สเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้พอดี สัตว์ไม่เหมือนกับต้นไม้ที่เราปฏิสัมพันธ์กันในวันแรกของคอร์ส มันวิ่ง มันบินหนีเราได้ ถ้าเราอยากจะเข้าใกล้สัตว์ เราต้องทำให้มันรู้สึกสบายใจกับเรา ถ้าถามช่างภาพสัตว์ป่าอย่างคุณเต สมิทธิ์ สุติบุตร์ เขาจะบอกว่าเราต้องทำตัว “ต่ำช้า”คือย่อตัวเรี่ยเตี้ยติดดินและเคลื่อนไหวให้ช้าที่สุด ค่อยๆ คืบค่อยๆ เถิบ บางทีช่างภาพสัตว์ป่าเหล่านี้ใช้เวลาหลายชั่วโมงเพื่อคืบเพียง 10 เมตร แต่ไม่ว่าเราจะขยับช้าอย่างไร เมื่อสัตว์เห็นเราแล้ว เราจะต้องสังเกตว่ามันสบายใจกับเราในระยะไหน และเราต้องเคารพมัน ไม่พยายามล้ำเกินเส้นนั้น อินเดียนแดงเรียกว่า“ระยะที่ให้เกียร์ติกัน” พี่เชน ม.ล.ปริญญากร วรวรรณ เรียกว่า “ระยะที่ได้รับอนุญาต”เป็นคำเรียกที่กลั่นกรองมาจากประสบการณ์ตรงสุดๆ เมื่อพี่เชนประจันหน้ากับเสือ มันครางคำราญเตือน แต่พี่เชนก็ค่อยๆ ก้าวเข้าไปอีกหนึ่งก้าวพร้อมกล้องในมือ มันเป็นก้าวที่ยังไม่ได้รับอนุญาต เสือจึงกระโจนเข้าใส่ … Continue reading ระยะแห่งการให้เกียร์ติ

ไอซ์แลนด์แห่งจินตนาการ

ไอซ์แลนด์เป็นหมุดหมายการเดินทางที่ดูจะเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่น่าแปลกใจ เพราะภูมิทัศน์มันตระการตาขนาดทำกล้องตกยังไงก็ถ่ายออกมาสวย นี่คือดินแดนแห่งน้ำตกสูงใหญ่ไหลตกลงมาจากผาตั้ง บางแห่งเป็นผาแท่งผลึกหินเรียงเป็นกำแพงสูงใหญ่ เป็นดินแดนแห่งชายหาดสีดำเมี่ยม มีก้อนน้ำแข็งแตกลอยมาเกยเหมือนก้อนเพชร เป็นดินแดนแห่งน้ำพุร้อนและธารน้ำแข็ง มีแอ่งน้ำร้อนสีฟ้าแปร๊ดให้แช่ อากาศหนาวเย็นให้ใส่เสื้อขลิบขนสัตว์ถ่ายเซลฟี่ลงไอจี และถ้าโชคดียังอาจได้เห็นแสงเหนือออโรร่า แค่ความอลังการของภูมิประเทศก็เพียงพอที่จะทำให้ตื่นตลึง เพราะบางทีมันก็เหมือนเป็นอะไรที่ไม่ได้อยู่บนโลกนี้ แต่ถ้าเราเสริมจินตนาการเข้าไปอีกนิด ความตระหนักในปรากฎการณ์น่าอัศจรรย์ใจตรงหน้าจะยกระดับไปอีกหลายเลเวล มันเป็นกุญแจเปิดประตูไปสู่วันเดอร์แลนด์ ความน่าพิศวงยินดีของโลกใบนี้ ฉันเพิ่งกลับมาจากไอซ์แลนด์กับทัวร์เพื่อนจัดกลุ่มเล็กๆ 8 คน ตอนเพื่อนส่งโปรแกรมมาให้ดูฉันก็ขอเติมสถานที่แวะไปอีกที่หนึ่ง เพราะเป็นสิ่งที่ฉันอยากเห็นมากที่สุด ดูแผนที่แล้วมันใกล้กับบลูลากูนที่นักท่องเที่ยวไทยและจีนชอบไปแช่สปาน้ำร้อน เลยเสนอว่าให้ส่งคนอื่นๆ ลงที่สปาในระหว่างที่ฉันยืมรถไปดูปรากฎการณ์ทางธรณีที่อยากดู พูดให้ชัดกว่านี้ก็ต้องบอกว่ามันเป็นสิ่งที่อยากสัมผัสมากที่สุดในไอซ์แลนด์ พลาดไม่ได้เลยทีเดียว สิ่งนั้นคือรอยแยกมหาสมุทรแอตแลนติก ถ้าดูแผนที่โลก เราจะเห็นรูปร่างโค้งเว้าของแผ่นดินอาฟริกา-ยุโรป สอดรับกับแผ่นดินทวีปอเมริกาเหนือ-ใต้ เสมือนเป็นชิ้นจิ๊กซอว์ที่เคยต่อกัน และครั้งหนึ่งเมื่อ 180 ล้านปีก่อนมันก็เคยติดเป็นแผ่นดินเดียวกันจริงๆ ก่อนที่รอยร้าวใต้พิภพจะดันมันออกจากกัน ถ่างห่างไปเรื่อยๆ จนช่องแยกกลายเป็นมหาสมุทรแอตแลนติก ถ้าไปกูเกิ้ลหาดูแผนที่แผ่นดินใต้สมุทร จะเห็นรอยแยกนี้อยู่ตรงกลาง และทุกวันนี้มันยังคงถ่างออกจากกันไปเรื่อยๆ ในอัตราความเร็วประมาณปีละ 2 ซม. ลาวาใต้พิภพจะผุดขึ้นมาตรงแนวกลางร่อง ขอบรอยแยกจึงมีลักษณะพูนขึ้นเป็นสันก่อนจะถูกผลักแยกห่างออกไป กลายเป็นเทือกเขายาวก้นมหาสมุทร เรียกว่า Mid-Atlantic Ridge (หรือจะเรียกว่า Rift ที่แปลว่ารอยแยกแทนก็ได้) ความพิเศษของไอซ์แลนด์ก็คือมันเป็นที่เดียวในโลกที่รอยแยกกลางแอตแลนติกจะพาดผ่านขึ้นมาบนบก ที่จริงมันก็เกิดขึ้นมากับปรากฎการณ์รอยแยกนี้แหละ … Continue reading ไอซ์แลนด์แห่งจินตนาการ